← กลับหน้าหลัก
🧠

ภาค ก: ความรู้ความสามารถทั่วไป

1. อนุกรม (Series) - ขั้นสูง

อนุกรมในการสอบตำรวจมักไม่ได้มีชั้นเดียว โจทย์จะมีความซับซ้อนสูงขึ้น:

ประเภทอนุกรมลักษณะการเพิ่ม/ลดตัวอย่างโจทย์
อนุกรมสะสมตัวถัดไปเกิดจากตัวที่ผ่านมาบวกกัน1, 2, 3, 5, 8, 13... (Fibonacci)
อนุกรมข้ามสถานีมองข้าม 1 หรือ 2 ตัว2, 10, 4, 20, 6, 30... (2 ชุด)
อนุกรมสัมพันธ์แบบกลุ่มเลข 3-4 ตัวสัมพันธ์กันในกลุ่ม(2,3,5), (4,5,9), (7,8,15)
อนุกรมเลขยกกำลัง + ค่าคงที่n^2 + c หรือ n^3 - c2, 5, 10, 17... (1^2+1, 2^2+1...)
อนุกรมเศษส่วนเศษและส่วนเพิ่มลดคนละ Pattern1/2, 2/4, 3/8, 4/16... (เศษ+1, ส่วนx2)
🎯 จุดออกสอบบ่อย: เทคนิคการทำ: ถ้าเลขสลับสูงต่ำ ให้ขีดเส้นเชื่อมแบบข้ามตัวทันที ส่วนใหญ่จะออกเป็น 2 ชุดสัมพันธ์กัน

2. ตรรกยศาสตร์ (Logic) และการให้เหตุผล

การหาข้อสรุปที่ 'สมเหตุสมผล' (Validity) ตามหลักเหตุและผล:

  • ถ้า p แล้ว q: ถ้า p เกิด q ต้องเกิดเสมอ (ถ้า p ไม่เกิด q อาจจะเกิดหรือไม่ก็ได้)
  • ข้อสรุปที่เป็นเท็จเสมอ: ถ้า p แล้ว q แต่สรุปว่า q แล้ว p (อันนี้ผิดตรรกะ)
  • คำว่า 'บางส่วน' vs 'ทั้งหมด': ตำรวจทุกคนคือคนดี (ถูก) -> คนดีทุกคนคือตำรวจ (ผิด)
  • นิเสธ (Negation): ตรงข้ามของ 'ทั้งหมด' คือ 'บางส่วน' (ไม่ใช่ 'ไม่มีเลย')
🎯 จุดออกสอบบ่อย: สูตรลัด: สมมูลของ 'ถ้า P แล้ว Q' คือ 'ถ้าไม่ Q แล้วไม่ P' หรือ 'ไม่ P หรือ Q'

3. คณิตศาสตร์ทั่วไป: อัตราส่วนและร้อยละ

การคิดร้อยละ (Percentage) และกำไรขาดทุน เป็นหัวเกณฑ์สำคัญ:

  • การลดราคาซ้อน: ลด 10% แล้วลดอีก 10% ไม่เท่ากับลด 20% (ต้องคำนวณทีละขั้น -> 100-10=90, 90-9=81 สรุปข่าย 81 คือลด 19%)
  • อัตราส่วนผสม: การผสมสารหรือของกินที่มีราคาต่างกันเพื่อให้ได้ราคาเฉลี่ย
  • ดอกเบี้ยทบต้น: A = P(1 + r/n)^(nt) (A=เงินรวม, P=ต้นทุน, r=ดอกเบี้ย, n=จำนวนครั้งที่คิดต่อปี)
  • การหา ห.ร.ม. และ ค.ร.น.: ใช้ในโจทย์การวิ่งรอบสนามและการแบ่งของ
⚠️ ข้อควรระวัง: ระวัง! โจทย์มักถาม 'ราคาขาย' vs 'กำไร' อ่านให้ดีว่าต้องการตัวไหน

4. เงื่อนไขภาษา (Linguistic Condition)

เป็นการจัดลำดับหรือหาความจริงจากข้อความที่ให้มา:

  • เทคนิคการสร้างตาราง: ตารางความสัมพันธ์ช่วยเปลี่ยนตัวอักษรเป็นภาพ
  • กฎข้อห้าม: 'ถ้า...แสดงว่าไม่ได้...' ต้องขีดฆ่าในตารางทันที
  • การสรุปผล: หาข้อสรุปที่แน่นอน (True), ไม่แน่นอน (Inconclusive), หรือเป็นเท็จ (False)

5. โอเปอร์เรชั่น (Operation) และสดมภ์

การหาความสัมพันธ์ของตัวเลขในรูปแบบ A * B = C:

  • สูตรหน้าบวกหลัง: (A+B) * C
  • สูตรยกกำลัง: A^2 + B
  • สูตรผสม: 2A + 3B = คำตอบ
  • เทคนิค: ให้ลองเอาตัวเลขมา + - * / กันก่อน ถ้าไม่ได้ค่อยลองยกกำลัง

6. การตีความกราฟและตารางข้อมูล

การวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติที่มักมีในรายงานตำรวจ:

  • อัตราการเติบโต: (ปีใหม่ - ปีเก่า) / ปีเก่า x 100
  • สัดส่วนใน Pie Chart: การแปลงองศาเป็นเปอร์เซ็นต์ (360 องศา = 100%)
  • ค่าเฉลี่ย (Mean) vs มัธยฐาน (Median): การหาจุดกึ่งกลางของข้อมูล

7. มิติสัมพันธ์ (Spatial Reasoning)

การมองภาพ หมุนภาพ และประกอบภาพ (ออกสอบทุกปี):

  • เทคนิคการคลี่กล่อง: กำหนดจุดอ้างอิง (เช่น จุดสีดำ) แล้วดูทิศทางว่าเมื่อพับแล้วจะอยู่ตรงไหน
  • การหมุนภาพ 3 มิติ: ให้จินตนาการหมุนทีละแกน (แกนตั้ง/แกนนอน) อย่าหมุนพร้อมกัน
  • การนับบล็อก: นับชั้นล่างสุดก่อน แล้วค่อยนับชั้นบนที่ซ้อนอยู่ (ระวังบล็อกที่ถูกบัง)

8. แนวโน้มข้อสอบคณิตศาสตร์ตำรวจปีล่าสุด

สิ่งที่ต้องเน้นเป็นพิเศษสำหรับปีนี้:

หัวข้อความถี่ความยาก
สมการอายุสูงมากปานกลาง (ใช้ตารางช่วย-อดีต/ปัจจุบัน/อนาคต)
ระยะทาง-ความเร็วสูงยาก (รถสวนกัน, รถไฟลอดอุโมงค์)
ความน่าจะเป็นปานกลางยาก (การหยิบลูกบอล, การจัดเรียงของ)
สถิติเบื้องต้นสูงง่าย (หาค่าเฉลี่ย, มัธยฐาน, ฐานนิยม)

9. ตรรกศาสตร์ (Logical Reasoning)

การหาความสมเหตุสมผลของประโยค (จริง/เท็จ):

ตัวเชื่อมสัญลักษณ์หลักการจำ
และจริงและจริง เป็นจริง (นอกนั้นเท็จหมด)
หรือเท็จหรือเท็จ เป็นเท็จ (นอกนั้นจริงหมด)
ถ้า...แล้ว...หน้าจริงหลังเท็จ เป็นเท็จ (นอกนั้นจริงหมด)
ก็ต่อเมื่อเหมือนกันเป็นจริง ต่างกันเป็นเท็จ

10. อุปมาอุปไมย (Analogy)

การหาความสัมพันธ์ของคู่คำที่หายไป:

  • ความสัมพันธ์แบบ 'เป็นส่วนหนึ่งของ': เช่น ล้อ : รถยนต์
  • ความสัมพันธ์แบบ 'ทำหน้าที่': เช่น มีด : หั่น, ปากกา : เขียน
  • ความสัมพันธ์แบบ 'ตรงข้าม': เช่น ขาว : ดำ, สูง : ต่ำ
  • ความสัมพันธ์แบบ 'ลำดับขั้น': เช่น ประถม : มัธยม : มหาวิทยาลัย