← กลับหน้าหลัก
🌐

เครือข่ายคอมพิวเตอร์

1. OSI Model 7 ชั้น - พื้นฐานการสื่อสารเครือข่าย

OSI Model (Open Systems Interconnection) คือโมเดลอ้างอิง 7 ชั้นที่อธิบายว่าข้อมูลเดินทางจากคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่งอย่างไร แต่ละชั้นมีหน้าที่เฉพาะและส่งต่อข้อมูลให้ชั้นถัดไป เปรียบเสมือนการส่งพัสดุระหว่างประเทศที่ต้องผ่านหลายขั้นตอน

วิธีจำง่ายๆ: 'All People Seem To Need Data Processing' หรือ 'Please Do Not Throw Sausage Pizza Away' (จากชั้นล่างขึ้นบน)

ชั้นที่ชื่อชั้นหน้าที่หลักหน่วยข้อมูล (PDU)ตัวอย่างโปรโตคอล/อุปกรณ์
7Applicationให้บริการแอปพลิเคชันโดยตรง (อีเมล, เว็บ, ไฟล์)DataHTTP, HTTPS, FTP, SMTP, POP3, IMAP, DNS, DHCP, Telnet, SSH
6Presentationแปลงข้อมูล, เข้ารหัส, บีบอัด (ทำให้ข้อมูลอ่านได้)DataSSL/TLS, JPEG, PNG, GIF, MPEG, ASCII, Unicode
5Sessionสร้าง, จัดการ และยุติเซสชัน (การเชื่อมต่อระหว่างแอป)DataNetBIOS, RPC, PPTP, APIs, SQL Sessions
4Transportแบ่งข้อมูลเป็น Segment, ควบคุมการไหล, ตรวจสอบความถูกต้องSegmentTCP (เชื่อถือได้), UDP (เร็ว), Port Numbers
3Networkกำหนดเส้นทาง (Routing), จัดการ IP AddressPacketIP, ICMP, ARP, Router, Layer 3 Switch
2Data Linkสร้างเฟรม, ตรวจสอบข้อผิดพลาด, MAC AddressFrameEthernet, Wi-Fi (802.11), Switch, Bridge, MAC Address
1Physicalส่งสัญญาณไฟฟ้า/แสง/คลื่นวิทยุผ่านสื่อกลางBitsสาย UTP, Fiber Optic, คลื่น Wi-Fi, Hub, Repeater
🎯 จุดออกสอบบ่อย: จุดออกสอบบ่อย: ถามว่าอุปกรณ์ใดทำงานที่ Layer ใด เช่น Router = Layer 3 (Network), Switch = Layer 2 (Data Link), Hub = Layer 1 (Physical)

2. รายละเอียดแต่ละชั้นของ OSI Model

ชั้นที่ 7 - Application Layer (ชั้นแอปพลิเคชัน)

  • เป็นชั้นที่อยู่ใกล้ผู้ใช้มากที่สุด ติดต่อกับโปรแกรมที่ใช้งานโดยตรง
  • HTTP/HTTPS (Port 80/443): เว็บไซต์ - เมื่อพิมพ์ google.com เบราว์เซอร์ส่งคำขอ HTTP ไปยังเซิร์ฟเวอร์
  • FTP (Port 20/21): โอนไฟล์ - ใช้อัปโหลด/ดาวน์โหลดไฟล์จากเซิร์ฟเวอร์
  • SMTP (Port 25/465): ส่งอีเมล์ออก - เหมือนบุรุษไปรษณีย์ที่รับจดหมายไปส่ง
  • POP3 (Port 110) / IMAP (Port 143): รับอีเมล์เข้า - ดึงจดหมายจากตู้ไปรษณีย์
  • DNS (Port 53): แปลงชื่อเว็บเป็น IP - เหมือนสมุดโทรศัพท์ของอินเทอร์เน็ต เช่น google.com → 142.250.66.206
  • DHCP (Port 67/68): แจก IP Address อัตโนมัติ - เหมือนพนักงานต้อนรับที่แจกบัตรเข้าห้องประชุม

ชั้นที่ 6 - Presentation Layer (ชั้นนำเสนอ)

  • ทำหน้าที่เป็น 'นักแปล' ของข้อมูล ให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจกัน
  • การเข้ารหัส (Encryption): SSL/TLS ทำให้ข้อมูลปลอดภัย (HTTPS มีกุญแจ)
  • การบีบอัด (Compression): ลดขนาดไฟล์ก่อนส่ง เช่น ZIP, GZIP
  • การแปลงรูปแบบ (Translation): แปลง JPEG, PNG, MP3, MPEG ให้อ่านได้
  • รหัสอักขระ: ASCII, Unicode ทำให้ตัวอักษรแสดงผลได้ถูกต้อง

ชั้นที่ 5 - Session Layer (ชั้นเซสชัน)

  • ควบคุม 'การสนทนา' ระหว่างเครื่อง - เปิดช่อง, ใช้งาน, ปิดช่อง
  • Simplex: สื่อสารทางเดียว เช่น วิทยุ FM (ฟังอย่างเดียว)
  • Half-Duplex: สลับกันพูด เช่น วิทยุสื่อสาร (ต้องรอคนหนึ่งพูดจบก่อน)
  • Full-Duplex: พูดพร้อมกันได้ เช่น โทรศัพท์ (ทั้งสองฝ่ายพูดได้ตลอด)
  • ตัวอย่าง: Login Session ของเว็บไซต์ - เมื่อ Login แล้ว ระบบจำว่าคุณคือใครตลอดการใช้งาน

ชั้นที่ 4 - Transport Layer (ชั้นขนส่ง)

  • แบ่งข้อมูลเป็นชิ้นเล็กๆ (Segmentation) และประกอบกลับคืน (Reassembly)
  • TCP (Transmission Control Protocol): เชื่อถือได้ 100% แต่ช้ากว่า
  • - มีการยืนยัน (ACK) ทุกครั้ง ถ้าข้อมูลหาย จะส่งใหม่
  • - ใช้สำหรับ: เว็บ, อีเมล, ไฟล์ (ข้อมูลต้องครบ)
  • - Three-Way Handshake: SYN → SYN-ACK → ACK (ขอเชื่อมต่อก่อนส่ง)
  • UDP (User Datagram Protocol): เร็วมาก แต่ไม่รับประกันการส่งถึง
  • - ไม่มีการยืนยัน ส่งแล้วจบ ถ้าหายก็หาย
  • - ใช้สำหรับ: วิดีโอ Live, เกมส์ Online, DNS (ช้าไม่ได้)
  • Port Number: ระบุว่าข้อมูลจะไปแอปไหน เช่น Port 80=HTTP, Port 443=HTTPS
⚠️ ข้อควรระวัง: ข้อสอบชอบถาม: TCP กับ UDP ต่างกันอย่างไร? TCP=เชื่อถือได้/ช้า/3-Way Handshake, UDP=เร็ว/ไม่รับประกัน/Connectionless

3. OSI Model ชั้นล่าง (Layer 1-3) - เนื้อหาขั้นสูง

ชั้นที่ 3 - Network Layer (ชั้นเครือข่าย)

  • หน้าที่หลัก: กำหนดเส้นทางที่ดีที่สุด (Routing) เพื่อส่งข้อมูลข้ามเครือข่าย
  • IP Address: ที่อยู่ทางตรรกะของอุปกรณ์ เช่น 192.168.1.100
  • IPv4: ใช้ 32 bits แบ่งเป็น 4 ส่วน เช่น 192.168.1.1 (มีทั้งหมดประมาณ 4.3 พันล้าน IP)
  • IPv6: ใช้ 128 bits เช่น 2001:0db8:85a3:0000:0000:8a2e:0370:7334 (มี IP มากกว่าเม็ดทรายบนโลก)
  • Router: อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เลือกเส้นทาง ใช้ Routing Table ตัดสินใจว่าจะส่ง Packet ไปทางไหน
  • ICMP: ใช้ทดสอบการเชื่อมต่อ เช่น คำสั่ง ping (เหมือนการเคาะประตูเช็คว่ามีคนอยู่ไหม)
  • ARP: แปลง IP Address เป็น MAC Address (เปรียบเหมือนถามว่า 'ใครคือ 192.168.1.1?')

ชั้นที่ 2 - Data Link Layer (ชั้นเชื่อมต่อข้อมูล)

  • ทำให้ข้อมูลเดินทางภายในเครือข่ายเดียวกัน (LAN) ได้อย่างถูกต้อง
  • MAC Address: ที่อยู่ทางกายภาพ ฝังมากับฮาร์ดแวร์ เช่น 00:1A:2B:3C:4D:5E
  • - ใช้ 48 bits เขียนเป็นเลขฐานสิบหก 6 คู่ คั่นด้วย : หรือ -
  • - 3 คู่แรก = OUI (รหัสผู้ผลิต), 3 คู่หลัง = รหัสอุปกรณ์
  • Switch: อุปกรณ์ที่ส่งข้อมูลไปยัง Port ที่ถูกต้องโดยดูจาก MAC Address
  • Frame: หน่วยข้อมูลของชั้นนี้ ประกอบด้วย Header + Data + Trailer
  • Error Detection: ใช้ CRC (Cyclic Redundancy Check) ตรวจสอบว่าข้อมูลเสียหายหรือไม่
  • แบ่งเป็น 2 ชั้นย่อย: LLC (Logical Link Control) และ MAC (Media Access Control)

ชั้นที่ 1 - Physical Layer (ชั้นกายภาพ)

  • เกี่ยวข้องกับสิ่งที่จับต้องได้: สาย, หัวต่อ, คลื่น, สัญญาณ
  • สายทองแดง (UTP/STP): สาย LAN ทั่วไป ใช้กันในออฟฟิศ (Cat5e, Cat6)
  • สายไฟเบอร์ (Fiber Optic): ใช้แสง ส่งได้ไกลและเร็วกว่า แต่แพงกว่า
  • คลื่นวิทยุ (Radio Wave): Wi-Fi, Bluetooth, 4G, 5G
  • Hub: อุปกรณ์ส่งข้อมูลไปทุก Port (Broadcast) ไม่ฉลาดเท่า Switch
  • Repeater: เครื่องขยายสัญญาณ ใช้เมื่อสายยาวเกินไป
  • หน่วยข้อมูล: Bits (0 และ 1) แปลงเป็นสัญญาณไฟฟ้า/แสง/คลื่น
🎯 จุดออกสอบบ่อย: เปรียบเทียบ: Layer 3 ใช้ IP Address (เปลี่ยนได้ เหมือนที่อยู่บ้าน), Layer 2 ใช้ MAC Address (ไม่เปลี่ยน เหมือนเลขบัตรประชาชน)

4. TCP/IP Model - โมเดลที่ใช้งานจริงในอินเทอร์เน็ต

TCP/IP Model เป็นโมเดล 4 ชั้นที่ใช้งานจริงในอินเทอร์เน็ตปัจจุบัน พัฒนาโดย DARPA (กระทรวงกลาโหมสหรัฐ) ก่อน OSI Model

TCP/IP LayerOSI Layer ที่เทียบเท่าหน้าที่โปรโตคอลหลัก
4. Application5-7 (Session + Presentation + Application)ให้บริการผู้ใช้โดยตรงHTTP, FTP, SMTP, DNS, DHCP, SSH, Telnet
3. Transport4 (Transport)ส่งข้อมูลแบบ End-to-End พร้อมควบคุมการไหลTCP, UDP
2. Internet3 (Network)กำหนดเส้นทางข้ามเครือข่ายIP, ICMP, ARP, RARP
1. Network Access1-2 (Physical + Data Link)ส่งข้อมูลภายใน LAN และสื่อกลางEthernet, Wi-Fi, PPP, Frame Relay
  • TCP/IP ใช้งานจริง เพราะถูกออกแบบมาพร้อมกับอินเทอร์เน็ต
  • OSI ใช้เป็นโมเดลอ้างอิงเพื่อการเรียนรู้ เพราะแบ่งชั้นละเอียดกว่า
  • ในข้อสอบ: จำทั้งสองโมเดลและเทียบกันให้ได้
⚠️ ข้อควรระวัง: ระวัง! TCP/IP มี 4 ชั้น ไม่ใช่ 7 ชั้น และลำดับชั้นนับจากล่างขึ้นบนเหมือน OSI (Physical/Network Access อยู่ล่างสุด)

5. อุปกรณ์เครือข่าย - ทำงานที่ Layer ไหน?

การทำความเข้าใจว่าอุปกรณ์แต่ละตัวทำงานที่ OSI Layer ไหน เป็นคำถามยอดนิยมในข้อสอบ

อุปกรณ์OSI Layerหน้าที่ใช้ Address อะไร
HubLayer 1 (Physical)ส่งข้อมูลไปทุก Port (Broadcast) ไม่ดู Addressไม่ใช้
RepeaterLayer 1 (Physical)ขยายสัญญาณให้แรงขึ้น (ไกลขึ้น)ไม่ใช้
BridgeLayer 2 (Data Link)เชื่อมเครือข่าย 2 ส่วน กรอง Traffic ด้วย MACMAC Address
SwitchLayer 2 (Data Link)ส่งข้อมูลไปยัง Port ที่ถูกต้องตาม MAC AddressMAC Address
RouterLayer 3 (Network)เลือกเส้นทางข้ามเครือข่ายด้วย IPIP Address
Layer 3 SwitchLayer 2-3Switch ที่ทำ Routing ได้ด้วย (เร็วกว่า Router)MAC + IP Address
FirewallLayer 3-7กรอง Traffic ตามกฎ (IP, Port, Application)IP + Port + Application
Access Point (AP)Layer 1-2กระจายสัญญาณ Wi-Fi ให้อุปกรณ์เชื่อมต่อMAC Address
🎯 จุดออกสอบบ่อย: จำง่าย: Hub=Layer 1 (โง่สุด ส่งทุก Port), Switch=Layer 2 (ดู MAC), Router=Layer 3 (ดู IP)

6. IP Addressing และ Subnetting เบื้องต้น

IP Address คือที่อยู่ของอุปกรณ์ในเครือข่าย เปรียบเหมือนบ้านเลขที่ ทำให้ข้อมูลส่งถึงปลายทางได้ถูกต้อง

  • IPv4: ใช้ตัวเลข 4 ชุด คั่นด้วยจุด เช่น 192.168.1.100 แต่ละชุดมีค่า 0-255
  • แบ่งเป็น 2 ส่วน: Network Part (ระบุเครือข่าย) + Host Part (ระบุเครื่อง)
  • Private IP (ใช้ภายใน): 10.x.x.x, 172.16.x.x-172.31.x.x, 192.168.x.x
  • Public IP (ใช้บนอินเทอร์เน็ต): IP อื่นๆ ที่ไม่ใช่ Private
Classช่วง IPDefault Subnet Maskจำนวน Host สูงสุด
A1.0.0.0 - 126.255.255.255255.0.0.0 (/8)16,777,214 เครื่อง
B128.0.0.0 - 191.255.255.255255.255.0.0 (/16)65,534 เครื่อง
C192.0.0.0 - 223.255.255.255255.255.255.0 (/24)254 เครื่อง
D224.0.0.0 - 239.255.255.255-Multicast (ส่งถึงกลุ่ม)
E240.0.0.0 - 255.255.255.255-Reserved (ทดลอง)
  • Subnet Mask: บอกว่าส่วนไหนเป็น Network ส่วนไหนเป็น Host
  • ตัวอย่าง: IP 192.168.1.100/24 หมายถึง 24 bits แรกเป็น Network = 192.168.1.0 เป็นเครือข่ายเดียวกัน
  • Gateway: IP ของ Router ที่เป็นทางออกจากเครือข่าย (ประตูหน้าบ้าน)
  • DHCP: แจก IP อัตโนมัติ ไม่ต้องตั้งค่าเอง
  • Static IP: ตั้งค่า IP เอง ไม่เปลี่ยนแปลง (ใช้กับ Server)
⚠️ ข้อควรระวัง: ระวัง! 127.x.x.x เป็น Loopback Address (127.0.0.1 = localhost ตัวเอง) ไม่ใช่ Class A

7. ความปลอดภัยเครือข่าย (Network Security)

ภัยคุกคามและการป้องกันในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เป็นหัวข้อที่ออกสอบบ่อยมาก

ประเภทภัยคุกคามคำอธิบายการป้องกัน
DDoS Attackส่งคำขอจำนวนมากจนเซิร์ฟเวอร์รับไม่ไหวFirewall, Rate Limiting, CDN
Man-in-the-Middleแอบดักฟังข้อมูลระหว่างทางSSL/TLS (HTTPS), VPN
Phishingหลอกให้กรอกข้อมูลในเว็บปลอมตรวจสอบ URL, Security Awareness
SQL Injectionฉีดคำสั่ง SQL ผ่านช่อง InputParameterized Query, Input Validation
Malware/Ransomwareโปรแกรมอันตรายที่เข้ารหัสไฟล์เรียกค่าไถ่Antivirus, Backup, User Training
Spoofingปลอมแปลงตัวตน (IP, MAC, Email)Authentication, Digital Signature
  • Firewall: กำแพงกั้นเครือข่าย ตรวจสอบ Traffic ตามกฎที่ตั้งไว้
  • IDS (Intrusion Detection System): ตรวจจับการบุกรุก แจ้งเตือน
  • IPS (Intrusion Prevention System): ตรวจจับและบล็อกการบุกรุกอัตโนมัติ
  • VPN (Virtual Private Network): สร้างอุโมงค์เข้ารหัสเพื่อเชื่อมต่ออย่างปลอดภัย
  • SSL/TLS: เข้ารหัสข้อมูลระหว่างเว็บเบราว์เซอร์กับเซิร์ฟเวอร์ (HTTPS)
🎯 จุดออกสอบบ่อย: จำ: IDS = ตรวจจับแล้วแจ้งเตือนอย่างเดียว, IPS = ตรวจจับแล้วบล็อกด้วย (ป้องกันจริง)

8. โทโพโลยีเครือข่าย (Network Topology)

โทโพโลยี คือ รูปแบบการเชื่อมต่อทางกายภาพหรือทางตรรกะของอุปกรณ์ในเครือข่าย

โทโพโลยีรูปแบบข้อดีข้อเสีย
Busอุปกรณ์ต่อกับสายหลักเส้นเดียวราคาถูก ติดตั้งง่ายสายหลักขาด ทั้งระบบหยุด
Starทุกอุปกรณ์ต่อเข้า Hub/Switch ตรงกลางเครื่องหนึ่งเสีย ไม่กระทบเครื่องอื่นHub เสีย ทั้งระบบหยุด
Ringต่อเป็นวงกลม ข้อมูลวิ่งทางเดียวไม่มี Collisionเครื่องหนึ่งเสีย อาจกระทบทั้งวง
Meshทุกเครื่องเชื่อมกันทุกเครื่องเชื่อถือได้สูง มี Backup Pathราคาแพง ซับซ้อน
Hybridผสม 2 แบบขึ้นไปยืดหยุ่น ปรับได้ตามต้องการออกแบบยาก
🎯 จุดออกสอบบ่อย: ปัจจุบันนิยมใช้ Star มากที่สุด เพราะง่ายต่อการจัดการ และ Switch ราคาถูกลง

9. Routing Protocols (โปรโตคอลการหาเส้นทาง)

Router คุยกันอย่างไรเพื่อหาเส้นทางที่ดีที่สุด:

Protocolประเภทการทำงานการใช้งาน
RIP (Routing Information Protocol)Distance Vectorนับจำนวนกระโดด (Hop Count) ไม่เกิน 15เครือข่ายขนาดเล็ก
OSPF (Open Shortest Path First)Link Stateคำนวณเส้นทางสั้นสุดด้วย Cost (Bandwidth)เครือข่ายขนาดกลาง-ใหญ่ (Enterprise)
EIGRPHybrid (Cisco Proprietary)รวมข้อดีของทั้งคู่ เร็วและฉลาดอุปกรณ์ Cisco เท่านั้น
BGP (Border Gateway Protocol)Path Vectorเส้นทางระหว่างผู้ให้บริการ (ISP)The Internet (สำคัญที่สุดในโลก)
🎯 จุดออกสอบบ่อย: Administrative Distance (AD): ค่าความน่าเชื่อถือของ Route (ยิ่งน้อยยิ่งดี) เช่น Connected=0, Static=1, OSPF=110, RIP=120

10. เจาะลึก IPv6 Addressing

IPv4 กำลังจะหมดโลก IPv6 จึงมาแทนที่:

  • โครงสร้าง: 128 bit (เทียบกับ IPv4 ที่มี 32 bit)
  • การเขียน: เลขฐาน 16 แบ่ง 8 ชุด คั่นด้วย : (เช่น 2001:0db8:0000:0000:0000:0000:1428:57ab)
  • การย่อ: เลข 0 นำหน้าตัดทิ้งได้, กลุ่ม 0 ติดกันเปลี่ยนเป็น :: ได้ (ใช้ได้ครั้งเดียวใน 1 IP)
  • ไม่มี Broadcast: ใช้ Multicast แทน
  • Auto-configuration: อุปกรณ์ตั้งค่า IP เองได้ (SLAAC) ไม่ต้องง้อ DHCP

11. มาตรฐาน Wireless LAN (Wi-Fi) ยุคใหม่

ชื่อการค้ามาตรฐาน IEEEความเร็วสูงสุด (ทฤษฎี)คลื่นความถี่
Wi-Fi 4802.11n600 Mbps2.4 / 5 GHz
Wi-Fi 5802.11ac6.9 Gbps5 GHz เท่านั้น
Wi-Fi 6802.11ax9.6 Gbps2.4 / 5 GHz (จัดการคนหนาแน่นดีขึ้น)
Wi-Fi 6E802.11ax9.6 Gbps6 GHz (ช่องสัญญาณกว้าง ไม่มีกวน)
Wi-Fi 7802.11be46 Gbps2.4 / 5 / 6 GHz

ความปลอดภัย Wi-Fi: WEP (ห่วย ห้ามใช้), WPA2 (มาตรฐานปัจจุบัน), WPA3 (ปลอดภัยสุด ป้องกัน Brute Force)

12. IoT Protocols (Internet of Things)

โปรโตคอลสำหรับอุปกรณ์ IoT ที่เน้นขนาดเล็กและประหยัดพลังงาน:

Protocolลักษณะเด่นการใช้งาน
MQTTเบามาก, Publish/SubscribeSensor ส่งค่าขึ้น Server (Smart Home)
CoAPคล้าย HTTP แต่ใช้ UDPอุปกรณ์ที่มีทรัพยากรจำกัดมาก
ZigbeeMesh Network, ระยะสั้น, กินไฟน้อยหลอดไฟอัจฉริยะ, สวิตช์ไร้สาย
LoRaWANระยะไกลมาก (กิโลเมตร), ส่งข้อมูลน้อยSmart Farming, Smart City

13. Software Defined Networking (SDN)

การแยกส่วนสมอง (Control Plane) ออกจากส่วนร่างกาย (Data Plane):

  • Control Plane: ส่วนควบคุม ตัดสินใจว่าจะส่งข้อมูลไปทางไหน (Controller)
  • Data Plane: ส่วนส่งข้อมูล ทำหน้าที่ส่งข้อมูลตามคำสั่ง (Switch/Router)
  • ข้อดี: บริหารจัดการเครือข่ายขนาดใหญ่ได้ง่ายจากจุดเดียว (Centralized Management)

14. VPN & Tunneling Protocols

ProtocolSecurityPerformanceการใช้งาน
PPTPต่ำ (โดนเจาะง่าย)เร็วมากไม่แนะนำให้ใช้แล้ว
L2TP/IPSecสูง (ใช้ IPSec เข้ารหัส)ปานกลางมาตรฐานองค์กรทั่วไป
OpenVPNสูงมาก (SSL/TLS)ปานกลาง-ช้ายืดหยุ่นสูง ผ่าน Firewall ง่าย
WireGuardสูงเร็วมาก (Code น้อย)มาตรฐานใหม่มาแรง
🎯 จุดออกสอบบ่อย: Split Tunneling: เทคนิคที่เลือกให้เฉพาะ Traffic องค์กรวิ่งผ่าน VPN ส่วน Traffic ทั่วไป (เช่น YouTube) วิ่งเน็ตปกติ